Posted by: mewzie | มกราคม 20, 2010

Inspiration of Names from The Beatles’ songs (2)

หลังจากเขียนที่มาที่ไปของชื่อในเพลง the bealtes ใน part แรกไปแล้ว ก็ว่าจะรีบมาเขียน part 2 ต่อให้จบในอาทิตย์ถัดมา

แต่กลายเป็นว่าเหนื่อยเกินกว่าที่จะเขียน ทั้งอ่อนแรงจากการไปดูคอนเสิร์ต Green Day เมื่อวันที่ 12 มกรา (คนเบียดโคดดดด แต่มันส์มาก จนอยากจะร้องไห้ แถมพี่ Billie Joe ยังร้องเพลง Hey Jude ของ The Beatles อีกด้วย!!) และเหน็ดเหนื่อยสมองจากการทำ final project วิชา Ad Campaign สุดโหด

><

มาต่อกันเลยดีกว่าค่ะ……คราวที่แล้วเราจบลงที่ Lovely Rita คราวนี้จะมาต่ออย่างรวดเร็ว??? ค่ะ

………………..

7. Lucy in the Sky with Diamonds

เพลงอารมณ์วึ้งๆ วิ้งๆ ในยุคที่ The Beatles เริ่มเข้าสู่แนว Psychedelic Rock  ฟังแล้วจะรู้สึกเหมือนกำลังเมายา !! จึงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันทั่วไปว่าจริงๆ แล้ว Lucy in the Sky with Diamonds นี้ เป็น code ที่หมายถึง LSD จนทำให้ BBC แบนเพลงนี้ไปเลย ซึ่ง Lennon ออกมาปฏิเสธว่าเพลงนี้ไม่ได้หมายถึงยา LSD สักหน่อย แต่อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันว่าในยุคที่แต่งเพลงนี้นั้น The Beatles เริ่มเข้าสู่การใช้ยาเสพย์ติด เพื่อให้เกิดการทดลองแนวเพลงใหม่ๆ เพลง Lucy in the Sky with Diamonds จึงได้รับอิทธิพลจาก LSD เป็นแน่แท้ (ไม่อย่างนั้นเพลงมันคงจะไม่ออกมาเหมือนเมายาอยู่แบบที่ได้ยินกันหรอก!!!!)

แต่หากว่าเพลงนี้ไม่เกี่ยวกับยา LSD แบบที่ลุง Lennon บอก เพลงนี้มันก็มีที่มาค่ะ ย้อนไปเมื่อปี 1966 สมัยที่ Julian ลูกของ John Lennon ยังเด็กๆ เขากลับจากเนิร์สเซอรี่  แล้วโชว์ภาพวาดของเขาที่วาดรูปเพื่อนร่วมชั้นชื่อ Lucy O’Donnell ให้ปะป๊าดู เป็นภาพเด็กผู้หญิง ที่มีดวงตาเป็นรูป diamond-shaped พร้อมกับบอกปะป๊าว่า “That’s Lucy in the sky with diamonds” และนั่นก็ทำให้ John Lennon เกิดไอเดียและมาแต่งเป็นเพลงที่ให้อารมณ์เมายาเพลงนี้

ภาพ Lucy in the Sky with Diamonds วาดโดย Julian Lennon

Lucy O’Donnell Vodden (Vodden คือนามสกุลหลังแต่งงาน) ผู้เป็นที่มาของเพลงนี้ เป็นเพื่อนสมัยเด็กกับ Julian ที่ Heath House School ช่วงประมาณปี 1966 ขณะที่อายุ 3-4 ขวบ ที่เซอร์ไพรส์มากคือกว่า Lucy จะรู้ว่าตัวเองเป็นที่มาของเพลงนี้ก็ปาเข้าไปปี 2007 เป็นที่น่าเศร้าว่า Lucy O’Donnell Vodden ผู้เป็นที่มาของเพลงนี้นั้น เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วด้วยโรค SLE ขณะอายุ 46 ปี โดยขณะที่ Julian ทราบข่าวการ ป่วยของ Lucy เขาก็ส่งดอกไม้และการ์ดไปเยี่ยม และเมื่อเขาทราบว่า Lucy ใช้เวลาในระหว่างรักษาตัวในการดูแลสวนและปลูกต้นไม้ Julian ก็ส่ง gift vouchers ของร้านแต่งสวนไปให้ ซึ่ง Lucy ได้กล่าวไว้ว่า ที่ Julian ทำนั้นน่ารักมากๆ เพราะตั้งแต่จบจากโรงเรียน พวกเขาก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย เธอเคยเห็น Julian แค่ตอนไปดูคอนเสิร์ตของเขาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น หลังจากการเสียชีวิตของเธอ Julian ก็ได้ออกซิงเกิ้ลในเดือนธันวาคมปี 2009 ชื่อว่า “Lucy” เพื่ออุทิศให้แก่เพื่อนสมัยเด็กของเขา ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้เพลงของ The Beatles

Lucy O'Donnell Vodden ผู้เป็นที่มาของเพลง ภาพซ้ายคือสมัยเด็กที่เป็นเพื่อนเล่นกับ Julian ส่วนภาพขวาถ่ายในปี 2007 ก่อนที่เธอจะป่วยและเสียชีวิตด้วยโรค SLE

ในส่วนภาพวาด Lucy ของ Julian นั้น ถูกเก็บไว้กับ Cynthia Lennon แม่ของเขา จนกระทั่งถึงเดือนมิถุนายนปี 2009 (ปีที่แล้วนี่เอง) ที่ภาพวาดนี้หายไปและไม่มีใครรู้ว่าไปอยู่ที่ไหน ซึ่งช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้วที่เพิ่งผ่านมา Julian ให้สัมภาษณ์ออกทีวีว่า ภาพวาด Lucy ของเขานั้นสูญหายไปจริงๆ แต่ต่อมา David Gilmour แห่งวง Pink Floyd เป็นคนหาพบ และได้อนุญาติให้ Julian ทำก็อปปี้เพื่อใช้ทำ Art Work ให้กับปกซิงเกิ้ล “Lucy”

ส่วนนี่คือ MV เพลง Lucy ของ Julian Lennon ที่แต่งให้กับ Lucy O’Donnell Vodden

8. Maggie Mae

หากฟังเพลงนี้แล้ว Maggie Mae ในเพลงคือหญิงโสเภณีในเมืองลิเวอร์พูล ซึ่งจริงๆ แล้วเพลงนี้มาจากเพลงพื้นบ้านเก่าแก่ของเมืองลิเวอร์พูล ที่สะกดว่า  “Maggie May”  เล่าเรื่องของหญิงโสเภณีที่ปล้นกะลาสีเรือ และเป็นเหมือนเพลงประจำถิ่นของเมืองลิเวอร์พูลอย่างไม่เป็นทางการมาเกือบ 150 ปีแล้วค่ะ

9. Martha My Dear

เพลง Martha My Dear ของ The Beatles เพลงนี้ แต่งโดยลุงแมคคาร์ทนีย์ ซึ่งหากเดาเอาว่า Martha คือชื่อสาวคนหนึ่งของลุงล่ะก็ผิดแล้ว เพราะ Martha ที่ว่า คือ หมาพันธุ์ Old English Sheepdog ของลุงแกเอง!!!!!!!!

อย่างไรก็ตามชื่อ Martha นั้น แมคคาร์ทนีย์คงแค่หยิบเอาชื่อหมามาใช้ แต่เนื้อความของเพลงจริงๆ แล้วหมายถึง Jane Asher แฟนที่คบกันมายาวนานของแมคคาร์ทนีย์นั่นเองค่ะ เพราะหลังจากที่ Jane ถอนหมั้นกับเขาในปี 1968 แมคคาร์ทนีย์ก็แต่งเพลงนี้ โดยมีท่อนที่ว่า “…when you find yourself in the thick of it, help yourself to a bit of what is all around you…” และยังมีท่อนที่ว่า “You have always been my inspiration…” ซึ่งก็หมายถึง Jane Asher ที่เป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงของแมคคาร์ทนีย์หลายๆ เพลง เช่น “All My Loving,” “And I Love Her,” “I’m Looking Through You,” “You Won’t See Me,” “We Can Work It Out,” “Here, There and Everywhere, และ”For No One”

Jane Asher อดีตคนรักของ Paul McCartney ผู้เป็นแรงบันดาลใจในหลายๆ เพลงของ The Beatles

แต่ก็นะ………เอาชื่อหมามาใส่แทนชื่อผู้หญิงนี่….Jane Asher จะรู้สึกยังไงหว่า?????

10. Maxwell’s Silver Hammer

อีตา Maxwell Edison นักเรียนแพทย์ที่ฆ่าแฟนสาวชื่อ Joan ด้วยค้อนเงินในเพลงของ The Beatles นั้น มาจากการเปรียบเทียบเปรียบเปรยของ Pual McCartney โดยเขากล่าวว่า ” Maxwell’s Silver Hammer เป็นการเปรียบเทียบของผม เมื่อมีบางสิ่งบางอย่างผิดพลาดเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด อย่างที่มันเกิดขึ้นบ่อยๆ ผมต้องการบางอย่างที่เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงมัน ซึ่งสำหรับผมมันก็คือตัวละครที่ผมสร้างขึ้นมาชื่อว่า Maxwell กับค้อนเงิน (silver hammer) ผมไม่รู้ว่าทำไมต้องเป็นเงิน (silver) เพราะมันก็แค่ฟังดูดีกว่าคำว่า Maxwell’s hammer เฉยๆ น่ะ”

จากการให้สัมภาษณ์ในปี 2005 Paul McCartney บอกว่าเพลงของเขาในสมัยก่อน อย่างเช่นเพลงนี้ มักจะเป็นการแต่งขึ้นขณะที่นึกอะไรได้ในหัว ซึ่งมักจะออกมาในแนวตลกและเสียดสี ซึ่งจริงแล้วอาจเป็นการแสดงออกของจิตใต้สำนึก โดยเขาบอกว่า “การเขียนเพลงดีพอๆ กับการไปพบจิตแพทย์เลยทีเดียว”

ซึ่งนั่นก็ไม่แปลกที่นักแสดงตลก Patton Oswalt จะตีความเพลงนี้ในเชิงจิตวิเคราะห์ว่า Maxwell’s Silver Hammer ก็คือการเรียกเข็มฉีดยาที่ฉีดเฮโรอีนในปริมาณที่เพอร์เฟ็ค ในภาษาที่นุ่มนวลขึ้นนั่นเอง!!

ในเรื่อง Across The Universe พี่ชายนางเอกชื่อ Max (รับบทโดย Joe Anderson) ซึ่งมีฉากหนึ่งที่ Max ถือค้อนอยูู่ในมือ เป็นการล้อเพลงของ The Beatles อย่างขำๆ

11. Michelle

เพลงดังอย่าง Michelle มีที่มาทั้งด้านคำร้องและสไตล์ของเพลงจากวัฒนธรรมของชาวฝรั่งเศสในเขต Left Bank ซึ่ง The Beatles ได้รับมาจากการที่แมคคาร์ทนีย์ไปงานปาร์ตี้ของพวกนักเรียนศิลปะ และได้เจอนักเรียนคนหนึ่งที่ไว้เคราแพะแสะใส่เสื้อยืดลายขวางกำลังร้องเพลงฝรั่งเศส ทำให้แมคคาร์ทนีย์จำเอาไปเขียนเพลงเลียนแบบเพื่อร้องเล่นขำๆ กับเพื่อน โดยเขียนคำมั่วๆ ที่ฟังเหมือนภาษาฝรั่งเศสแทนคำภาษาฝรั่งเศสจริงๆ (คล้ายๆ ที่นาธานพูดออกทีวีเลย 555) ซึ่งเพลงนี้ก็ร้องเล่นกันในวงอยู่พักใหญ่ จนถึงปี 1965 เลนน่อนก็แนะนำให้เอาเพลงนี้มาปัดฝุ่นใหม่เพื่อให้อยู่ในอัลบั้ม Rubber Soul โดยที่แมคคาร์ทนีย์ตัดสินใจที่จะยังคงฟีลแบบฝรั่งเศสเอาไว้ในเพลง ถึงกับไปปรึกษา Jan Vaughan ครูสอนภาษาฝรั่งเศสผู้เป็นภรรยาของ Ivan Vaughan เพื่อนเก่าของเขา เพื่อให้ได้ชื่อคนฝรั่งเศสและวลีที่เป็นจังหวะเข้ากัน จึงเป็นที่มาของ “Michelle, ma belle” นั่นเอง  แมคคาร์ทนีย์เห็นว่า Michelle, ma belle เป็นคำที่คล้องจองกันมาก เขาจึงแต่งประโยคในท่อนต่อไปว่า “these are words that go together well”  ซึ่งแปลภาษาฝรั่งเศสว่า “Sont des mots qui vont très bien ensemble, Très bien ensemble.” ที่เป็นเนื้อร้องในท่อนถัดไปนั่นเอง

12. Sgt.Pepper’s Lonely Hearts Club Band

ชื่อเพลง (และชื่ออัลบั้ม) ของ The Beatles เพลงนี้ แปลเป็นภาษาไทย คงได้ความประมาณว่า “วงชมรมคนหัวใจเปลี่ยวของจ่าเป๊ปเปอร์” ชื่อประหลาดๆ แบบนี้นั้น เริ่มแรกมีที่มาจากไอเดียของพอล แมคคาร์ทนีย์ ที่อยากจะให้อัลบั้มทั้งอัลบั้มมีลักษณะเป็นเหมือน role play โดยให้ The Beatles ทั้ง 4 คนมี alter-ego โดยใช้ชื่อวงชื่ออื่น และชื่อแทนตัวเองก็เป็นชื่ออื่นด้วย เพื่อเป็นอิสระในการทดลองแนวดนตรีใหม่ๆ ที่ฉีกไปจากเพลงแบบ The Beatles เก่าๆ (เพราะวงนี้มันไม่ใช่วงของ The Beatles นะ แต่มันเป็นวงของจ่าเป๊ปเปอร์ตะหาก!!!! แถมหัวหน้าวงก็ชื่อ Billy Shears ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือ Ringo Starr นั่นเอง!!!)

ชื่อของ Sgt.Pepper (Sergeant Pepper) มีที่มาอย่างบังเอิญ โดยขณะออกทัวร์ Mal Evans ผู้เป็น road manager ของวงแกซื่อจัด ไม่รู้เลยว่าตัวอักษร S กับ P ที่อยู่บนขวดใส่เกลือกับพริกไทยที่มาพร้อมถาดอาหารบนเครื่องมันหมายถึงอะไร เลยหันไปถามพอล แมคคาร์ทนีย์ ซึ่งขณะที่แมคคาร์ทนีย์บอกว่า มันก็คือ Salt and Pepper ไงล่ะ! ก็เลยเกิดปิ๊งว่า โอ้วววว salt and pepper………sal…tan…..pepper……มันฟังดูเหมือน Sergeant Pepper เลยนะ ก็เลยเอามาใช้เป็นชื่อเพลง พร้อมกับชื่ออัลบั้ม และชื่อวงปลอมๆ นี่ซะเลย

Mal Evan เพราะความซื่อของลุงแก เลยเกิดเป็น Sgt.Pepper (ภาพนี้ถ่ายโดย Linda McCartney)

Mal Evans เพราะความซื่อของลุงแก Sgt.Pepper จึงถือกำเนิด (ภาพนี้ถ่ายโดย Linda McCartney)

……………..

ที่มาที่ไปของชื่อในเพลงของ The Beatles ก็จบแต่เพียงเท่านี้….

ว่าจะเขียนอย่างรวดเร็ว ดันเสร็จตอนตีสามกว่า

ใครเข้ามาอ่านหากว่างก็ช่วยเม้นท์หน่อยนะคะ

^^

………………


Responses

  1. เขียนอีกนะคุณ

  2. เข้ามาเจอเพราะเสิร์ชหาความหมายของเพลง Michelle อะคะ ทำให้ได้รู้อะไรอีกหลายอย่างเลย

    • ขอบคุณมากค่ะที่แวะมาเม้นท์ให้
      ตอนนี้เจ้าของบล็อกทำงานแล้วเลยไม่ได้มาอัพซะนาน
      ยังไงถ้ามีเรื่องอะไรสนุกๆ อีกจะเข้ามาเขียนเพิ่มนะคะ
      ^^

  3. อยากให้เขียนอีกค่ะ^^

  4. จนตอนนี้เป็นแฟนกันแล้วก็ยังไม่ได้เขียนอีกนะคุณ ฮ่าๆๆ (ผมก็ด้วย)

    • 555 มันเกือบปีแล้วเหรอ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.